กระทู้นี้เราตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นข้อมูลให้กับใครก็ตามที่กำลังเผชิญกับปัญหาข้อเข่าเสื่อม เดินก็ปวด นั่งก็โอย หรือใครที่มีภาพจำน่ากลัวๆ เกี่ยวกับการผ่าตัดเข่าในสมัยก่อนเหมือนเรา อยากให้ลองเปิดใจอ่านเรื่องราวของเราดูค่ะ
ปกติเราเป็นคนแอคทีฟมากค่ะแม้จะอายุเพิ่มขึ้นทุกวันก็ตาม ชอบไปรำมวยจีนที่สวนสาธารณะแถวบ้านทุกเช้า ได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ได้ขยับร่างกาย มันคือความสุขของคนวัยเราจริง ๆ แต่อยู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ในขณะที่เรากำลังรำมวยจีนท่าที่ต้องย่อเข่าและหมุนตัวนิดๆ อยู่ๆ ก็มีเสียงก๊อก ดังออกมาจากเข่าข้างซ้าย เสียงมันดังจนเพื่อนที่รำข้างๆ ยังหันมามอง แล้วความรู้สึกตอนนั้นคือ ขามันไม่มีแรงเอาเสียเลยค่ะ เราล้มลงไปทั้งยืนตรงนั้นเลย เพื่อนๆ พี่ๆ ในวงมวยจีนตกใจกันหมด รีบเข้ามาพยุง
ตอนนั้นในใจคิดแค่ว่าเอาแล้วไงงานเข้าแล้วเราเพราะมันไม่ใช่แค่เจ็บแปล๊บ แต่รู้สึกว่าหัวเข่าเราผิดปกติไปแล้ว
เพราะเมื่อ 10 ปีก่อน เราเคยมีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาดค่ะ ตอนนั้นคุณหมอรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้วในตอนนั้น แต่ความทรงจำหลังผ่าตัดมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เราจำได้แม่นว่าหลังผ่าตัดครั้งนั้น ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ยันตัวเองไปไหนมาไหนอยู่เป็นเดือนๆ จะเข้าห้องน้ำทีก็ลำบาก จะขึ้นเตียงทีก็ต้องมีคนช่วยเดือนร้อนลูกหลานอยู่หลายวัน พักฟื้นนานมากจนเรารู้สึกว่าการผ่าตัดเข่าเป็นเรื่องใหญ่และน่ากลัวสำหรับเราไปเลย
หลังจากนั้น 10 ปี เราก็ใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ จนเริ่มมีอาการข้อเข่าเสื่อมตามวัย ทั้งฉีดยาเข้าข้อ (ที่เขาว่าดีๆ เราลองหมด) กินยากระตุ้นน้ำเลี้ยงข้อ ทำกายภาพบำบัดอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
ทำทุกอย่างที่เขาว่าช่วยได้ แต่มันก็แค่ประคองค่ะ จนกระทั่งวันที่ล้มกลางสวนนั่นแหละที่ทำให้เรารู้ว่า การประคองมันมาถึงทางตันแล้ว
ในช่วงที่เรากำลังมืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ก็ได้คุยกับน้องพยาบาลที่รู้จักกัน น้องเขาแนะนำว่าพี่ลองไปปรึกษาคุณหมอกระดูกท่านนี้ดูไหม ท่านเก่งเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบเฉพาะจุดมากนะ
ตอนแรกเราก็งงค่ะ ว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าคืออะไร? แผลจะใหญ่ไหม? จะต้องนอนติดเตียงเหมือนคราวก่อนหรือเปล่า? แต่ด้วยความที่อยากกลับมาเดินได้ปกติ เลยตัดสินใจลองไปพบคุณหมอตามคำแนะนำ
หลังจากนั้นชีวิตคือเปลี่ยนไปเลยหลังจากที่ไปปรึกษาคุณหมอที่รพ.ย่านลาดพร้าว 111
ไว้เราจะมาเล่าต่อในตอนผ่าตัดและแชร์ผลการรักษาอีกทีค่ะ
ไม่คาดคิด ผ่าตัดเปลี่ยนหัวเข่าเทียม ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ทำกิจกรรมแฮปปี้กว่าเดิม
ปกติเราเป็นคนแอคทีฟมากค่ะแม้จะอายุเพิ่มขึ้นทุกวันก็ตาม ชอบไปรำมวยจีนที่สวนสาธารณะแถวบ้านทุกเช้า ได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ได้ขยับร่างกาย มันคือความสุขของคนวัยเราจริง ๆ แต่อยู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ในขณะที่เรากำลังรำมวยจีนท่าที่ต้องย่อเข่าและหมุนตัวนิดๆ อยู่ๆ ก็มีเสียงก๊อก ดังออกมาจากเข่าข้างซ้าย เสียงมันดังจนเพื่อนที่รำข้างๆ ยังหันมามอง แล้วความรู้สึกตอนนั้นคือ ขามันไม่มีแรงเอาเสียเลยค่ะ เราล้มลงไปทั้งยืนตรงนั้นเลย เพื่อนๆ พี่ๆ ในวงมวยจีนตกใจกันหมด รีบเข้ามาพยุง
ตอนนั้นในใจคิดแค่ว่าเอาแล้วไงงานเข้าแล้วเราเพราะมันไม่ใช่แค่เจ็บแปล๊บ แต่รู้สึกว่าหัวเข่าเราผิดปกติไปแล้ว
เพราะเมื่อ 10 ปีก่อน เราเคยมีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาดค่ะ ตอนนั้นคุณหมอรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้วในตอนนั้น แต่ความทรงจำหลังผ่าตัดมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เราจำได้แม่นว่าหลังผ่าตัดครั้งนั้น ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ยันตัวเองไปไหนมาไหนอยู่เป็นเดือนๆ จะเข้าห้องน้ำทีก็ลำบาก จะขึ้นเตียงทีก็ต้องมีคนช่วยเดือนร้อนลูกหลานอยู่หลายวัน พักฟื้นนานมากจนเรารู้สึกว่าการผ่าตัดเข่าเป็นเรื่องใหญ่และน่ากลัวสำหรับเราไปเลย
หลังจากนั้น 10 ปี เราก็ใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ จนเริ่มมีอาการข้อเข่าเสื่อมตามวัย ทั้งฉีดยาเข้าข้อ (ที่เขาว่าดีๆ เราลองหมด) กินยากระตุ้นน้ำเลี้ยงข้อ ทำกายภาพบำบัดอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
ทำทุกอย่างที่เขาว่าช่วยได้ แต่มันก็แค่ประคองค่ะ จนกระทั่งวันที่ล้มกลางสวนนั่นแหละที่ทำให้เรารู้ว่า การประคองมันมาถึงทางตันแล้ว
ในช่วงที่เรากำลังมืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ก็ได้คุยกับน้องพยาบาลที่รู้จักกัน น้องเขาแนะนำว่าพี่ลองไปปรึกษาคุณหมอกระดูกท่านนี้ดูไหม ท่านเก่งเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบเฉพาะจุดมากนะ
ตอนแรกเราก็งงค่ะ ว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าคืออะไร? แผลจะใหญ่ไหม? จะต้องนอนติดเตียงเหมือนคราวก่อนหรือเปล่า? แต่ด้วยความที่อยากกลับมาเดินได้ปกติ เลยตัดสินใจลองไปพบคุณหมอตามคำแนะนำ
หลังจากนั้นชีวิตคือเปลี่ยนไปเลยหลังจากที่ไปปรึกษาคุณหมอที่รพ.ย่านลาดพร้าว 111
ไว้เราจะมาเล่าต่อในตอนผ่าตัดและแชร์ผลการรักษาอีกทีค่ะ